Full Screen Gallery

ก่อนอื่นต้องขออัดแน่น หกวันในชุดเดียวเพราะ ดองไว้นานไม่ไหว มีอีกหลายทริปรอให้ปล่อยครับ 6วัน 2มณฑล ในจีนแผ่นดินใหญ่ (ต้าจงกั๊ว) มณฑลซ่านซี กับ มณฑลเห่อน้าน _เมืองเจิ้งโจ้ว วันแรกที่มาถึงก้อเกือบค่ำละ แต่มีโอกาสได้ล่องแม่น้ำเหลือง "ฮวง เห่อ" ด้วยเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก และ เช้าอีกวันก้อไปชม อุทธยาน หยุนไฮซ่าน ความสวยงามเป็นรองแค่ จิวไจ่โกว _เมืองเติ้งเฝิ้ง ที่ตั้งของวัดเส้าหลิน ณ เทือกเขาซง "ซงซาน" (ระหว่างทาง เจิ้งโจ้ว _ เติ้งเฝิ้ง ผ่านเมืองไคฟ่งด้วย แต่ไม่มีโปรแกรมเข้าไปในเมือง แต่ก้อได้รู้ข้อเท็จจริงหลายอย่างเกี่ยวกับเปาบุ้นจิ่้น เช่น...เป้าบุ้นจิ้น ไม่ได้หน้าดำ ในเรื่องจริงมีหวังเช่าหม่าฮั่น จงหลง จงหู่ แต่ ไม่มีจั่นเจ่า และเป้าบุ้นจิ้นเป็นเจ้าเมืองไคฟ่งแค่ สองปีกว่า คดีเด็ด คดีเดียวของเขาคือ "ประหารราชบุตรเขย เฉิ่นซื่อเหม่ย" นอกนั้นเป็นเรื่องแต่งเพิ่มทั้งหมด) ไปวัดเส้าหลินแล้วทำให้ถึงบางอ้อว่า ทำไมพระจีน ถึง ไหว้มือเดียว กับ ทำไม รูปอะไรก้อตามของปรมจรย์ตั๊กม่อ ต้องถือรองเท้า ในมือข้างเดียว เห็นป่าเจดีย์ของจริงๆ เยอะจนเรียกว่าป่าได้ ในความหมายจริงๆเทียบได้กับ ธาตุเก็บกระดูกของคนไทยครับ แต่ในป่าเจดีย์นี้ จะเป็นสถานที่เก็บกระดูกของเจ้าอาวาส หรือพระผู้ใหญ่ทุกรูปของวัดเส้าหลินที่มรณะไปแล้ว หลายร้อยรูปแต่ ไม่มีเจดีย์หรือธาตุของพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งครับ พระรูปนั้นคือปรมจารย์ตั๊กม่อ...ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงการที่ท่านถือรองเท้าข้างเดียว _เมืองลั่วหยาง มาดูถ้ำหินประตูมังกร "หลง เมิ้น" ถ้ำหินผนังถ้ำที่มีการแกะสลักพระพุทธรูปมากมาย เยอะมากๆ แต่พระพุทธรูปองค์ประธาน (เป็นองค์ที่สำคัญมากด้วย) สูงที่สุด สูงถึง17เมตร และมีหน้าเหมือนผู้หญิง ซึ่งเชื่อว่าสร้างในสมัยของ"บูเช็กเทียน" ฮ่องเต้หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน และเป็นองค์พระที่หลงเหลือสมบูรณ์ที่สุด หลงเหลือหลุดรอดจากการทำลายของญี่ปุ่นตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 (เสียดายไม่ได้ไปชมสุสานของบูเช็กเทียนอยู่ในเมืองซีอาน เคยได้ยินแต่คำบอกเล่าว่าเป็นป้ายวิญญาณที่ไม่มีคำพรรณาใดใดหน้าหลุมศพเลย เป็นป้ายหินเปล่าๆ ซึงแฝงไว้ว่าให้คนรุ่นหลังคิดเอาเองว่าที่พระนางทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร ) _เมืองซีอาน (เฉียดเมืองในประวัติศาสตร์อย่าง เสี่ยนหยางด้วย) ไปดูงานที่รพ. กับ สำนักผังเมืองของซีอาน (โดยเฉพาะผังเมือง เห็นแล้วรู้เลยว่า ผังเมืองบ้านเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่ทำทุกวันนี้ ส่วนงานของรพ. อะนะ ของบ้านดีกว่าเยอะแล้ว) ได้งานได้การแล้วก้อไปตามหา"จิ๋นซีฮ่องเต้" แต่ยังไม่ได้เข้าถึงบริเวณสุสานนะครับเพราะเทคโนโลยี่และองค์ความรู้ในการเปิดยังไม่มากพอ(กลไกภายในเยอะ เหมือนในหนังเลย ที่สำคัญคนที่คิดกลไกถูกฝั่งไปพร้อมกับ ตัวจิ๋นซีตั้งแต่สร้างเสร็จ) จากนั้นก้อไป ชมบ่น้ำพุร้อนที่ สนม"หยางกุ้ยเฟ่ย" อาบน้ำก่อนถวายตัวให้ฮ่องเต้ เทือกเขาหัว..."หัว ซาน" อยู่ในเขตเมืองซีอาน เป็นที่ตั้งของสำนักบูตึ๊ง และลัทธิเต๋า.....เสียดายไม่มีโปรแกรมไป เฮ้อออ ไม่งั้นอาจได้มาอีกหลายกระบวนท่า งานถูกขนานนามว่าเป็นทริป"ขนหิน ขนเหล็ก กลับบ้าน" เพราะ หินขนกลับ คือ แบบจำลองทหารดินเผา หลายขนาด กับ ดาบหินมังกรหยก และที่ขนเหล็กก้อคือ "กระบี่ ทหารฉิ๋นกับ กระบี่เต๋า" หลังจากกลับทริปนี้ ค่าประสบการณืในการจัดกระเป๋าไปนอก และการขนของมีคมกลับประเทศไทย เก่งขึ้นเยอะเลย ประมาณว่า เลเวลอัพ ขึ้นเยอะเลย



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • 1358v6
    canrimkhong

    น้ำเขียว ใสสวยเลย อากาศเป็นไงบ้างต้อ...

    อากาศกำลังสบายเลยครับ ไม่ร้อนเลย เย็นสบาย ชอบ

    โพสเมื่อ 26 มิ.ย. 53 เวลา 04:34
  • 1358v6
    denpongpat

    ว่าจะฝากซื้อกระบี่ซะหน่อย ไปอีกเมื่อไหร่บอกนะ

    ซื้อมาอยู่ครับ สองร้อยหยวน ถนนมุสลิน ใกล้หอกลองในเมืองซีอาน ต่องั้ยก้อไม่ลด

    โพสเมื่อ 25 มิ.ย. 53 เวลา 22:52
  • denpongpat

    ว่าจะฝากซื้อกระบี่ซะหน่อย ไปอีกเมื่อไหร่บอกนะ

    โพสเมื่อ 25 มิ.ย. 53 เวลา 07:25
  • 1358v6
    aibmikung

    เล่าบ้างไรบ้าง

    ที่มาของการที่เห็นตั๊กม่อถือรองเท้าข้างเดียว

    เรื่องมีอยู่ว่า จากการที่ตั๊กม่อเป็นที่โปรดปรานและ เลื่อมใสของฮ่องเต้ แล้วทำให้ตั๊กม่อขอลากลับบ้านที่อินเดียไปก้อหลายครั้งและฮ่องเต้ก้อไม่ทรงอนุญาตจนกระทั่งตั๊กม่อป่วยและเสียชีวิตไป ฮ่องเต้ได้รู้ว่าตั๊กม่อ ตาย ก้อทรงเสียพระทัยมาก เลยให้มีการจัดงานศพให้พระตั๊กม่อ อย่างใหญ่โต สมเกียรติของตั๊กม่อ
    หลังจากนั้นหลายวันผ่านไป แม่ทัพคนหนึ่งที่กำลังเดินทางกลับจากชายแดนเดินทางเข้าเมืองหลวงพบเห็นพระตั๊กม่อระหว่างทาง จึงได้ทักทายเพราะด้วยความที่แม่ทัพคนนั้นก้อมีความเลื่อมใสในตัวพระตั๊กม่ออยู่แล้ว (นึกออกมะครับเวลาที่จะออกรบ ก้อคล้ายพระไทย เราที่ก่อนออกรบก้อจะแวะไปกราบไหว้พระ กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อคุ้มครองให้โชคดีมีชัยในการไปรบ)
    ระหว่างที่พบปะกันพระตั๊กม่อก้อได้แสดงธรรม ให้กับแม่ทัพและเตือนแม่ทัพว่า ห้ามบอกใครว่าได้พบเห็นตน มิฉะนั้นแล้วจะทำให้มีภัย หลังจากฟังธรรมแล้ว ก้อได้กราบลาพระตั๊กม่อแล้วแยกย้ายกันไป ตั๊กม่อก้อไม่ได้บอกว่ามาจากไหนและกำลังจะไปไหนแต่ก้อแปลกใจนิดๆว่าทำไมตั๊กม่อไม่ใส่รองเท้า แถมถือรองเท้าไว้ข้างเดียวด้วย

    เมื่อแม่ทัพกลับเข้าถึงเมืองหลวงฮ่องเต้ก้อได้จัดพิธีเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับแม่ทัพ จนกระทั่งแม่ทัพก้อเมา ฮ่องเต้ก้อเมา ฮ่องเต้ก้อเผลอแสดงอาการเศร้าโกเสียใจกับการตายของตั๊กม่อออกมา แม่ทัพก้อพูดออกไปด้วยความเมาลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับพระตั๊กม่อประมาณว่า ตั๊กม่อจะตายได้งั้ยเมื่อวานยังเจอตั๊ฏม่อ อยู่เลยและได้ฟังธรรมจากตั๊กม่อ ฮ่องเต้ก้อทรงกิ้ว หาว่าแม่ทัพล้อเลียนพระองค์ เกิดการโต้เถียงกัน พอสมควร สุดท้ายฮ่องเต้สั่งให้ประหารชีวิตแม่ทัพคนนั้น ด้วยความที่ว่าไหนๆแม่ทัพก้อจะตายขอไปดูหลุมศพของตั๊กม่อให้เห็นกันจะจะหน่อยได้ป่าว

    พอเปิดหลุมศพออกมา ทั้งแม่ทัพ และฮ่องเต้ ก้อตะลึงเพราะในหลุมไม่มีศพตั๊กม่ออยู่เลย เห็นแต่รองเท้าข้างเดียวในหลุมศพ แสดงว่าตั๊กม่อยังไม่ได้ตาย และก้อได้เดินทางกลับบ้านที่อินเดียไปแล้ว ท้งให้ดูต่างหน้าก้อแค่รองเท้าข้างเดียว


    จึงทำให้ในป่าเจดีย์ ไม่มีธาตุ หรือเจดีย์ใส่กระดูของตั๊กม่อ เพราะตั๊กม่อกลับไปตายที่อินเดีย และ ถือรองเท้าข้างเดียวก้อตามเนื้อเรื่องครับ

    โพสเมื่อ 24 มิ.ย. 53 เวลา 05:06
  • 1358v6

    หลังจากผ่านประตูเข้ามา แวกฝูงชน ที่เบียดกันเข้ามา พอเห็นภาพนี้ ขนลุก จริงๆครับ แบบว่า ของจริงแล้วนะ

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 23:21
  • 1358v6

    อิตาลี่ สู้ สู้

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 23:19
  • 1358v6
    canrimkhong

    โห...วิวงามมากกกก....

    โชว์กลางแจ้ง เอาเทือกเขาซงซานมาเป็นฉากหลัง ค่าเข้าชมคนละ 100 หยวน

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 20:01
  • 1358v6
    canrimkhong

    ต้อๆๆ.... ชุดแสีแดงน่ะเหมาะกะต้อมาก

    เล็กไป ไม่ไหวมั้งครับ

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 10:07
  • 1358v6
    canrimkhong

    เก็บดีจัง...

    ก้อคงกระจัดกระายไปบ้างแล้วครับ

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 10:06
  • 1358v6
    canrimkhong

    ชอบโดยส่วนตัว....

    เหงาบ้าง ไรบ้าง

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 10:05
  • canrimkhong

    เก็บดีจัง...

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 10:05
  • canrimkhong

    ชอบโดยส่วนตัว....

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 10:04
  • canrimkhong

    โห...วิวงามมากกกก....

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 09:59
  • canrimkhong

    ต้อๆๆ.... ชุดแสีแดงน่ะเหมาะกะต้อมาก

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 09:58
  • canrimkhong

    ญ้อ ออกรบ...

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 09:56
  • canrimkhong

    น้ำเขียว ใสสวยเลย อากาศเป็นไงบ้างต้อ...

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 09:54
  • canrimkhong

    ตรงนี้เลยที่ใฝ่ฝัน....

    โพสเมื่อ 23 มิ.ย. 53 เวลา 09:50
  • 1358v6

    พระประธานองค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยอัครสาวก ฝั่งซ้ายโมคคัลลา และ ฝั่งขวาสารีบุตร ถัดออกมา เป็นพระโพธิสัตว์ ซ้ายขวา และ มีท้าวทวารบาลทั้งสี่ (ฝั่งละสอง) หากวัดไหนๆมีองค์พระลำดับตามนี้แล้ว ชัดเลย พุทธศาสนามหายาน

    โพสเมื่อ 22 มิ.ย. 53 เวลา 19:00
  • 1358v6
    1358v6

    พระวัดเส้าหลิน ไหว้มือเดียว มีที่มาก้อคือ เริ่มจากวัดเส้าหลินมีการก่อตั้งมานานแล้ว มาเป็นพันกว่าปี ตั้งแต่ยุคหลังการเผยแพร่ศาสนาพุทธใหม่เลยครับ วัดเส้าหลินก้อมียุครุ่งเรื่องก้อมาถึงยุดเสื่อมถอยตามธรรมดาของโลก แต่ในขณะที่เกิดความเสื่อม "ตั๊กม่อ" พระในศาสนาพุทธ มหายาน ที่เดินทางมาจากอินเดียเดินทางมาถึงวัดเส้าหลิน ได้เข้ามาจำวัดเส้าหลิน และได้มองเห็นจุดที่ทำให้วัเส้าหลิน มีวามเสื่อมนั้น ตั๊กม่อ บอกว่าเกิดจากการแปลพระคัมภีร์ที่ผิดเพี้ยน จึงได้ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อขอให้มีการใช้ภาษาบาลี_สันสกฤต เพื่อลดความผิดเพี้ยนในการแปลพระคัมภีร์ และ เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากการนั่งสมาธินานๆ ตั๊กม่อเสนอให้มีีการออกกำลังของพระ โดยการลอกเรียนการเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ (จนกลายเป็นที่มาของวิชากังฟูของเส้าหลิน ) ทำให้ฮ่องเต้เกิดความเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา และ พระตั๊กม่อขึ้นมาจนทำให้ เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในขณะนั้น "ฉิ๋นกวง" เกิดความอิจฉาริษยา พยายามกลั่นแกล้ง ตั๊กม่อต่างๆนาๆ และไม่เชื่อว่าตั๊กม่อเก่งจริง จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง "ฉิ๋นกวง" แอบไปเห็น พระตั๊กม่อ...........เอาเท่านี้ก่อน เด๋วมาต่อครับ

    ฉิ๋นกวง แอบไปเห็นตั๊กม่อ ข่ามแม่น้ำด้วยการยืนบน ลำต้นอ้อ ซึ่งน่าจะเล็กกว่าไม้ไผ่ซักลำอะนะ ทำให้ฉิ๋นกวงเกิดความศรัทธาในตัวตั๊กม่อ ว่าเป็นผู้ที่มีทั้งสมาธิและวิชาตัวเบาที่ล่ำเลิศ จึงอยากจะได้วิชาจากตั๊กม่อจึง ไปกราบขอเป็นศิษย์ของตั๊กม่อ แต่ ตั๊กม่อก้อไม่ได้มีปฎิกริยาตอบรับ หรือปฎิเสธธแต่อย่างใด ตั้งแต่นั้นมา ฉิ๋นกวงก้อเฝ้าปรนิบัติตั๊กม่อ และนั่งสมาธิ และออกกำลังกายด้วยกังฟู แต่ กระนั้นครับพี่น้องตั๊กม่อก้อยังไม่ได้รับ ฉิ๋นกวงเป็นศิย์แต่อย่างใด จนเวลาผ่านไปถึง9ปี ตั๊กม่อก้อไม่ได้รับฉิ๋นกวงเป็นศิษย์แต่อย่างใดจนทำให้เกิดความสงสัยแก่ฉิ๋นกวง (ระหว่าง9ปี ที่ตั๊กม่อนั่งสมาธิในวัดเส้าหลิน ก้อเกิดเหตุอัศจรรยืว่า มีก้อนหินอยู่ก้อนหนึ่งที่ตั๊กม่อใช้นั่งพิงประกอบการนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 9 ปี โดยที่หินก้อนนั้นไม่ถูกแสงแดดเลยเพราะตั๊กม่อนั่งบังแสงไว้จนหินก้อนนั้นเกิดเป็นลักษณะปรากฎคล้ยๆเงาของตั๊กม่อขึ้นบนหิน.....ผมก้อเห็ว่าเหมือนจริงๆอะครับ)


    พอเห็นเวลาผ่านไป 9 ปี แล้วยังไม่มีทีท่าว่าตั๊กม่อยังไม่รับฉิ๋นกวงเป็นศิษยืแต่อย่างใด สบโอกาสฉิ๋นกวงเลยยิงคำถามไปยังตั๊กม่อว่า เหตุใดจึงไม่รับฉิ๋นกวงเป็นศิย์ซะที รอมาก้อ9ปี ทำไรก้อทำให้หมดแล้ว ทั้งดูแลปรนิบัติก้อแล้ว ทำไมไม่รับเป็นศิษย์ซะที ด้วยความที่ตั๊กม่อมองว่า แนกวง เป็นพระผู้ใหญกว่าอยู่แล้ว และดูไม่เป็นการเหมาะที่จะมาเป็นศิษย์เลยไม่อยากรับอยู่แล้ว ก้อเลยบอกแนกวงไปว่า เอดที่หิมะตกลงมาเป็นสีแดง เมื่อนั้นจึงจะรับเป็นศิษย์


    ฉิ๋นกวงก้อมองเห็นสัจธรรมว่าให้ตายยังงั้ยหิมก้อไม่มีทางเป็นสีแดง ในหน้าหนาวปีนั้นเองฉิ๋นกวงกอเลยยอมตัดแขนตัวเองเพื่อเอาเลือดมาละแลงให้หิมะในบริเวณวัดกลายเป็นสีแดง

    ตั๊กม่อจึงเห็นแกความตั้งใจที่จะอยากเรียนวิชาด้วยจึงได้รับฉิ๋นกวงเป็นศิษย์ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงความตั้งใจของฉิ๋นกวง ที่ยอมสละ"แขนขวา " เพื่อให้ได้ฝากตัวเป็นศิย์ของตั๊กม่อ...จึงได้ประกาศให้ศิษย์วดเส้าหลินว่า ให้ศิษย์วัดเส้าหลิน ไหว้ด้วยแขนซ้าย ข้างเดียว เพื่อเป็นการรำลึกถึงฉิ๋นกวงที่ยอมสละแขนเพื่อเรียนวิชา

    สรุปไหว้แขนเดียวเพื่อระลึกถึงฉิ๋นกวงที่สละแขนขว ให้ได้เป็นศิษย์ของตั๊กม่อ ครับพี่น้อง

    โพสเมื่อ 22 มิ.ย. 53 เวลา 07:08
  • 1358v6
    aibmikung

    เสร็จแล้วเอาลิงค์ไปแป๊ะหน้าบ้านให้ด้วยงับ คิคิ

    ไม่น่าจะเกินเที่ยงพรุ่งนี้ เร็วสุดก่อหลังบอลคู่ดึกจบ

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 11:40
  • 1358v6
    aibmikung

    เข้าใจแร้วงับ...รับจ้างเป็นพระ อิอิ

    ประกอบการแสดงแสง สี เสียง ประกอบการใช้ ซงซาน เป็นฉากหลัง

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 11:40
  • aibmikung
    1358v6

    ตั๊กม่อ กับ รองเท้าข้างเดียว โปรดติดตาม

    เสร็จแล้วเอาลิงค์ไปแป๊ะหน้าบ้านให้ด้วยงับ คิคิ

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 11:34
  • aibmikung
    1358v6

    คนจริง แต่พระปลอม

    เข้าใจแร้วงับ...รับจ้างเป็นพระ อิอิ

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 11:32
  • 1358v6
    aibmikung

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย เยอะมาก กว่าเข้าหน้านี้มาได้ สิบกว่านาที มิไหวจะเม้น...แต่ชอบภาพเส้าหลินจังเรยคับ

    ไม่มีเวลาซอยอัลบั้ม อะนะ จัดใหญ่ไป ทีเดียวเลย

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 10:51
  • 1358v6
    aibmikung

    น้ำสีฟ้า ๆ เหมือนที่หลวงพระบางเรยงับ...สวยจัง อยากอาบบ้างไรบ้าง

    แต่น่าจะใหญ่กว่าที่หลวงพระบางแต่ก้อยังเล็กกว่า จิ่วไจ่โกว

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 10:51
  • 1358v6
    aibmikung

    เล่าบ้างไรบ้าง

    ตั๊กม่อ กับ รองเท้าข้างเดียว โปรดติดตาม

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 10:50
  • 1358v6
    aibmikung

    คนจิง คนปลอมนิ พี่ต้อ

    คนจริง แต่พระปลอม

    โพสเมื่อ 21 มิ.ย. 53 เวลา 10:48
  • aibmikung

    SOS

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:56
  • aibmikung

    คนจิง คนปลอมนิ พี่ต้อ

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:55
  • aibmikung

    เล่าบ้างไรบ้าง

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:53
  • aibmikung

    น้ำสีฟ้า ๆ เหมือนที่หลวงพระบางเรยงับ...สวยจัง อยากอาบบ้างไรบ้าง

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:52
  • aibmikung

    ชอบจัง...ภาพนี้สวยจริง ๆ

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:50
  • aibmikung

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย เยอะมาก กว่าเข้าหน้านี้มาได้ สิบกว่านาที มิไหวจะเม้น...แต่ชอบภาพเส้าหลินจังเรยคับ

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:45
  • 1358v6

    ทรงผมแต่ละคน...ขัดใจแม่ทั้งนั้น

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:11
  • 1358v6

    เจ้าหนูเณรน้อยเนี้ยน่าจะอายุน้อยกว่าหกปีแน่ๆ

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:10
  • 1358v6

    เจ้าอ้วน ทำสะพานโคร้งไม่ไหว

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:09
  • 1358v6

    โรงเรียนสอนกังฟู ในเมือง มีหลายโรงเรียนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ มาจากการเป็นศิษย์ของวัดเส้าหลิน

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:09
  • 1358v6

    พระวัดเส้าหลิน ไหว้มือเดียว มีที่มาก้อคือ เริ่มจากวัดเส้าหลินมีการก่อตั้งมานานแล้ว มาเป็นพันกว่าปี ตั้งแต่ยุคหลังการเผยแพร่ศาสนาพุทธใหม่เลยครับ วัดเส้าหลินก้อมียุครุ่งเรื่องก้อมาถึงยุดเสื่อมถอยตามธรรมดาของโลก แต่ในขณะที่เกิดความเสื่อม "ตั๊กม่อ" พระในศาสนาพุทธ มหายาน ที่เดินทางมาจากอินเดียเดินทางมาถึงวัดเส้าหลิน ได้เข้ามาจำวัดเส้าหลิน และได้มองเห็นจุดที่ทำให้วัเส้าหลิน มีวามเสื่อมนั้น ตั๊กม่อ บอกว่าเกิดจากการแปลพระคัมภีร์ที่ผิดเพี้ยน จึงได้ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อขอให้มีการใช้ภาษาบาลี_สันสกฤต เพื่อลดความผิดเพี้ยนในการแปลพระคัมภีร์ และ เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากการนั่งสมาธินานๆ ตั๊กม่อเสนอให้มีีการออกกำลังของพระ โดยการลอกเรียนการเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ (จนกลายเป็นที่มาของวิชากังฟูของเส้าหลิน ) ทำให้ฮ่องเต้เกิดความเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา และ พระตั๊กม่อขึ้นมาจนทำให้ เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในขณะนั้น "ฉิ๋นกวง" เกิดความอิจฉาริษยา พยายามกลั่นแกล้ง ตั๊กม่อต่างๆนาๆ และไม่เชื่อว่าตั๊กม่อเก่งจริง จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง "ฉิ๋นกวง" แอบไปเห็น พระตั๊กม่อ...........เอาเท่านี้ก่อน เด๋วมาต่อครับ

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 23:08
  • 1358v6

    ฝากเนื้อ ฝากตัวด้วยนะครับท่าน

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 22:16
  • 1358v6

    ห้องน้ำเมืองจีนแบบในเดี่ยว แปด อะนะ ที่ผมเจอเลวร้ายกว่านั้นอีก

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 13:39
  • 1358v6

    ทางเข้าหยุนไฮ่ซาน

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 13:35
  • 1358v6

    ไม่ใช่ขี้คนแน่นอน

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 13:35
  • 1358v6

    คาราวะศิษย์พี่

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 13:35
  • 1358v6

    ถ้าเป็นของศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี จะบอกว่า "ขยับเข้าอีกนิดอย่าคิดว่าแน่"

    โพสเมื่อ 20 มิ.ย. 53 เวลา 13:27

เจาะเวลาหาจิ๋นซี และ อื่นๆอีกมากมาย
โพสต์เมื่อ วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน 2553
เวลา 18:30
เข้าชม 5,669 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/l0dJ7y
Full Screen Gallery http://g.thaimultiply.com/l0dJ7y